เชื่อว่าหลายคนชื่นชอบความรู้สึกของการเปิดการสั่นสะเทือนเวลาพิมพ์ข้อความบนสมาร์ทโฟน เพราะแรงสะท้อนกลับสั้นๆ หรือที่เรียกว่า Haptic Feedback ช่วยให้เรารู้สึกมั่นใจว่าได้กดปุ่มลงไปจริงๆ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งผู้พัฒนาอย่าง Apple และ Google ต่างออกมาเตือนในเอกสารสนับสนุนว่า การเปิดฟีเจอร์นี้อาจส่งผลต่อการทำงานของแบตเตอรี่โดยตรง ทำให้เกิดคำถามตามมาในหมู่ผู้ใช้ว่า การเปิดระบบสั่นคีย์บอร์ดกินแบตมือถือมากน้อยแค่ไหน และเราควรกดปิดมันไปเลยเพื่อประหยัดพลังงานหรือไม่
กลไกการทำงานของระบบสั่นบนสมาร์ทโฟนยุคใหม่ไม่ได้ใช้มอเตอร์หมุนแบบสมัยก่อน แต่เปลี่ยนมาใช้ชิ้นส่วนการสั่นสะเทือนที่มีความแม่นยำสูง แม้ว่าการสั่นแต่ละครั้งจะใช้ระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาทีและใช้พลังงานน้อยมาก แต่เมื่อนำมารวมกับการพิมพ์ข้อความยาวๆ การส่งอีเมล หรือการแชทตลอดทั้งวัน มอเตอร์จะถูกกระตุ้นให้ทำงานนับพันครั้ง ซึ่งการทำงานซ้ำๆ นี้เองที่ทำให้เกิดการสะสมของการใช้พลังงาน
การเปิดสั่นคีย์บอร์ดกินแบตมือถือไม่ได้มาจากความแรงในการสั่น แต่มาจากความถี่ในการใช้งานที่คุณกดพิมพ์ในแต่ละวัน
ความกังวลเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องคิดไปเอง เพราะแม้แต่ Apple ยังเคยระบุไว้ในเอกสารคู่มือของ iOS ว่าการเปิดฟีเจอร์สั่นคีย์บอร์ดอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ในแต่ละวัน เช่นเดียวกับระบบ Android ที่มีคำเตือนในลักษณะเดียวกันเมื่อผู้ใช้เข้าไปตั้งค่าระบบสั่นของเครื่อง การที่ผู้พัฒนา OS ออกมายอมรับเอง ยืนยันได้ชัดเจนว่าฟังก์ชันนี้มีส่วนทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นจริง
หากคุณเป็นคนที่ต้องเดินทางบ่อย ไม่สะดวกชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างวัน หรือใช้งานสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพ การปิดระบบสั่นคีย์บอร์ดถือเป็นตัวเลือกง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ทันที แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบสัมผัสการพิมพ์และไม่ได้พิมพ์ข้อความหนักหน่วงตลอดเวลา การเปิดไว้ก็ไม่ได้ทำให้แบตเตอรี่หมดไวอย่างถล่มทลาย การเลือกปรับให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้การสั่นคีย์บอร์ดกินแบตมือถือจนรบกวนการใช้งานทั่วไปของคุณ
แล้วคุณล่ะ ชอบเปิดระบบสั่นเวลาพิมพ์ข้อความไหม หรือปิดไว้เพื่อประหยัดแบตเตอรี่มากกว่า? ลองมาแบ่งปันความเห็นกันได้ในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลย!









